วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2551

บลูเบอร์รี่ (Blueberry)
ใครชอบทาน บลูเบอร์รี่ชีสเค้ก ยกมือขึ้น !! …. อย่าเพิ่งงงค่ะ ไม่ใช่ว่า Healthy Corner จะขันอาสาเอามาให้ทานหรอกหรือแนะนำสูตรการทำหรอกค่ะ เพียงแค่จะมาบอกเรื่องๆ สำหรับใครที่ชอบรับประทาน บลูเบอร์รี่ (Blueberry) ผลไม้สีม่วงเข้ม รสเปรี้ยว ที่มักจะถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งในการทำเบเกอรี่ ไม่ว่าจะเป็นเค้กหรือพาย

เนื่องจากมีการศึกษาล่าสุดเมื่อไม่นานนี้เอง ว่าสารอาหารที่พบในผลบลูเบอร์รี่มีฤทธิ์สามารถลดระดับ คลอเลสเตอรอล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นักวิจัยด้านเคมี Agnes Rimando จากสถาบัน U.S. Department of Agriculture กล่าวว่าสารอาหารที่ว่านี้มีชื่อว่า Pterostilbene ซึ่งมีฤทธิ์เป็นสารต้าน อนุมูลอิสระ ชนิดหนึ่งทำให้มีผลในการลด คลอเลสเตอรอล ในร่างกายและเชื่อว่าน่าจะนำมาพัฒนาเป็นยาเพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่อง คลอเลสเตอรอล สูง อย่างไรก็ตามการค้นพบนี้ยังเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นเนื่องจากเป็นเพียงกการทดลองในหนูและจะต้องมีการพัฒนาเพื่อนำมาทดลองต่อไป ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ว่าขนาดหวังผลการลดระดับ คลอเลสเตอรอล ดังกล่าวในมนุษย์นั้นจะต้องรับประทานบลูเบอร์รี่จำนวนเท่าใด

จากข้อมูลการวิจัยพบว่า บลูเบอร์รี่เป็นผลไม้เพื่อสุขภาพ เป็นผลไม้ที่มีการพบปริมาณของสารต้านอนุมูลอิสระ ในปริมาณสูงที่ช่วยต้านการทำลายเซลล์ของร่างกายและสารอีกหลายชนิดที่มีฤทธิ์ในการต้านมะเร็ง และจากผลวิจัยล่าสุดนี้เองที่พบว่าสารที่มีมากในบลูเบอร์รี่คือเพคตินที่ทำหน้าช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอลในร่างกาย และยังมีการวิจัยอื่นๆ อีกที่สนับสนุนว่าบลูเบอร์รี่ช่วยเพิ่มความสามารถในการจำอีกด้วย

นักวิจัยยังกล่าวอีกว่าสาร Pterostilbene ในบลูเบอร์รี่ที่ว่านี้มีคุณสมบัติคล้ายๆ กับ Resveratrol ที่พบในองุ่นและไวน์แดง ซึ่งก็มีฤทธิ์ลดระดับ คลอเลสเตอรอล เช่นกัน อีกทั้งมีนักวิจัยหลายท่านพบสาร Pterostilbene นี้ในองุ่นด้วยแต่นี่ถือว่าเป็นครั้งแรกที่มีการพบในบลูเบอร์รี่
ในการศึกษานี้ได้ทำในมหาวิทยาลัยเภสัชศาสตร์มิสสิซิปปี้ (The University of Mississippi School of Pharmacy) โดยทดลองในเซลตับของหนูด้วยสารที่สกัดจากผลบลูเบอร์รี่ 4 ชนิดพบว่า Pterostilbene จะให้ผลแรงที่สุดในการลดระดับ คลอเลสเตอรอล และระดับไขมันในเลือด

ทั้งนี้ผลของมันมีฤทธิ์พอๆ กับ Ciprofibrate ซึ่งเป็นยารักษาในผู้ป่วยที่มีปัญหา คอลเลสเตอรอล และไขมันในเลือดสูง และมีฤทธิ์แรงกว่า resveratrol แต่ยา ciprofibrate ซึ่งเป็นยารักษาในปัจจุบันจะมีปัญหาอาการข้างเคียง เช่น ปวดกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ อาเจียน ซึ่งนักวิจัยเชื่อว่าสารจากบลูเบอร์รี่นี้จะมีประสิทธิภาพสูงแต่อาการข้างเคียงน้อยกว่า มันจึงน่าสนใจมากกว่านั่นเอง


วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2551

Office Automation ในงานกรรมสรรพากร

ารประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศด้านสรรพกร

เนื่องจากกรมสรรพากรทำหน้าที่เป็นเหมือนแหล่งรายได้ของรัฐบาลรายได้จากการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพากรมีมากถึง 60 เปอร์เซ็นต์ของรายได้รวมของประเทศ ดังนั้นรัฐบาลจำต้องให้ความสำคัญกับระบบการจัดเก็บ ข้อมูลและประวัติของ ผู้เสียภาษีอย่างต่อเนื่องนอกจากนี้ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ยังต้องการข้อมูลเพื่อนำไปวิเคราะห์เพื่อทำ Macro Model หรือแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์ให้กับประเทศอีกด้วย ปัจจุบันกรมสรรพกรได้จัดทำโครงการ E-revenue ซึ่งเป็นบริการเสียภาษีออนไลน์ นอกจากนี้ยังให้ข้อมูลข่าวสารที่มีประโยชน์ด้านการพาณิชย์ มีบริการโปรแกรมประการยื่นแบบ บริการแบบพิมพ์ บริการยื่นแบบผ่านอินเทอร์เน็ต เป็นต้น ซึ่งอำนวยความสะดวก รวดเร็ว มากยิ่งขึ้นต่อประชาชนผู้ใช้บริการ
วัตถุประสงค์ของการให้บริการ

เป็นการให้บริการยื่นแบบและชำระภาษี ผ่านอินเทอร์เน็ต โดยผู้เสียภาษีเป็นผู้ป้อนข้อมูลที่จะต้องกรอกในแบบแสดงรายการ ที่ได้รับอนุญาตให้ยื่นผ่านทางอินเทอร์เน็ต แทนการกรอกแบบและยื่นแบบฯด้วยกระดาษ พร้อมชำระภาษีโดยใช้คำสั่งทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้ธนาคารโอนเงินค่าภาษีให้กรมสรรพากร (กรณียื่นแบบฯ ภ.พ.30 โดยไม่มีภาษีต้องชำระตามแบบฯ หรือขอคืนภาษีไว้ก็ใช้บริการนี้ได้)
เป็นทางเลือกใหม่อีกทางหนึ่งที่ไม่บังคับ แต่ช่วยให้ผู้เสียภาษีที่สนใจเลือกใช้บริการเพื่อความสะดวกมากยิ่งขึ้น ในขณะที่การยื่นแบบฯ และชำระภาษีที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา ยังคงมีอยู่ตามปกติ
§ ผู้เสียภาษีทุกรายมีสิทธิขอใช้บริการยื่นแบบ และชำระภาษีผ่านอินเทอร์เน็ตที่กรมสรรพากรเปิดให้บริการ เว้นแต่การยื่นแบบ และชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือภาษีธุรกิจเฉพาะผ่านอินเทอร์เน็ต จะต้องเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว เท่านั้น
§ จะต้องทำความตกลงกับกรมสรรพากรก่อน โดยลงนามในเอกสารข้อตกลงในการยื่นแบบแสดงรายการ และชำระภาษีผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และเมื่อได้รับหมายเลขผู้ใช้ (User ID) และรหัสผ่าน (Password) จากกรมสรรพากรแล้ว จึงจะสามารถเข้าสู่ระบบการยื่นแบบฯ และชำระภาษีผ่านอินเทอร์เน็ตได้
§ จะต้องทำความตกลงกับธนาคารที่เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อชำระภาษีโดยการโอนเงินผ่าน ระบบอิเล็กทรอนิกส์(e-Payment)

ประโยชน์ที่จะได้รับจากการใช้บริการ

1. กรมสรรพากรมิได้คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการสมัครหรือขอใช้บริการในแต่ละครั้ง
2. ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปยื่นแบบ ฯ และชำระภาษี ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา
3. ได้รับสิทธิพิเศษในการยื่นแบบฯ หลังเวลา 16.30 น. จนถึงเวลา 22.00 น. ของทุกวันระหว่างช่วงกำหนดเวลาของการยื่นแบบฯ ตามปกติ โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ
4. มีโปรแกรมที่จะช่วยตรวจสอบข้อมูลขั้นต้นตามแบบแสดงรายการ ที่กรอกไว้ในแบบ และหากพบข้อมูลที่ผิดพลาดบางกรณี ระบบจะส่งรายการเตือนกลับไปในทันทีเพื่อท่านจะได้แก้ไขให้ถูกต้อง และเพื่อความมั่นใจว่ากรมสรรพากรได้รับแบบฯ และชำระภาษีเรียบร้อยแล้ว จะมีหลักฐานเพื่อยืนยัน 3 ระดับ ดังนี้
ü ยืนยันตอบรับทันทีเมื่อทำรายการแล้วเสร็จ
ü ยืนยันการรับแบบ ฯ และรับชำระภาษี (ถ้ามี) ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e- mail) ในวันถัดไป
ü ยืนยันการรับแบบ ฯ และชำระภาษี (ถ้ามี) โดยใบเสร็จรับเงิน ที่ผู้ให้บริการสามารถเข้าสู่ระบบ โดยใช้หมายเลขผู้ใช้และรหัสผ่านที่ท่านใช้ในการยื่นแบบฯ เพื่อพิมพ์ใบเสร็จรับเงินได้ภายใน 2 วันทำการ ถัดจากวันที่ท่านได้ยื่นแบบฯและชำระภาษีเสร็จสมบูรณ์

ในการยื่นแบบทางอินเทอร์เน็ต ท่านสามารถเลือกชำระภาษีได้ทุกช่องทางที่หน่วยรับชำระภาษีเปิดให้บริการ หน่วยรับชำระภาษี ได้แก่ ธนาคาร ที่เข้าร่วมโครงการ และบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด


วันพุธที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

การตัดสินใจนำระบบสำนักงานอัตโนมัติมาใช้
1.ผู้ขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ บริษัทที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์สำนักงานอัตโนมัติ มักจะให้บริการด้านการให้คำปรึกษาหรือเป็นผู้จัดตั้งระบบโดยไม่คิดมูลค่า เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของแต่ละสำนักงาน ในการเปลี่ยนจากสำนักงานธรรมดาเป็นสำนักงานอัตโนมัติ แต่มักจะพบว่าบริษัทผู้ขายพยายามยัดเยียดูการขายมากเกินไป ทั้งที่บางครั้งอุปกรณ์บางอย่างไม่จำเป็นต้องใช้ และอาจไม่ยอมแถลงถึงคุณสมบัติที่ดีกว่าของคู่แข่งขัน หรืออาจบีบบังคับให้ลูกค้าตกลงทำสัญญาซื้อผลิตภัณฑ์ก่อนที่จะได้ทำการวิจัยว่าเหมาะสมแล้วหรือยัง

2.ทีมงานเฉพาะกิจของบริษัท บริษัทที่ต้องการมีสำนักงานอัตโนมัติอาจจัดตั้งทีมงานขึ้นมาเองเพื่อทำการวิจัยด้านนี้โดยเฉพาะและควรมีพนัก งานที่มีความชำนาญด้านการจัดการข้อมูล เข้าทาร่วมด้วยเพราะมีความคุ้นเคยกับระบบจัดการข้อมูลในปัจจุบัน จะได้ตระหนักถึงส่วนดีส่วนเสียเมื่อจะต้องเปลี่ยนแปลงเป็นระบบใหม่3.ที่ปรึกษา บางบริษัทไม่มีพนักงานที่มีความชำนาญพอที่จะจัดตั้งทีมงานขึ้นเองได้ก็จะต้องอาศัยที่ปรึกษาภายนอกบริษัทซึ่งควรเป็นบุคคลหรือกลุ่มที่เชี่ยวชาญด้านสำนักงานอัตโนมัติเป็นพิเศษ4.ทีมงานเฉพาะกิจร่วมกับที่ปรึกษา เป็นการจับมือกันระหว่างบุคคลภายใน และภายนอกบริษัทเพราะทีมงานในบริษัทย่อมรู้ซึ้งและให้ข้อมูลของบริษัทในขณะที่ที่ปรึกษา มีความรู้เป็นอย่างดีในการจัดระบบจะสามารถพิจารณาทุกแง่ทุกมุมของปัญหาได้โดยปราศจากอคติ ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่นิยมใช้กันมากที่สุด เพราะรู้ว่าบริษัทพร้อมหรือยัง
ปัจจัยที่ต้องพิจารณาก่อนการเปลี่ยนแปลงระบบสำนักงาน มีดังนี้
1. การจัดการเอกสารในสำนักงาน พิจารณาถึงข้อมูลในด้านต่าง ๆ ดังนี้
- ปริมาณงานที่พิมพ์มีมากน้อยเพียงใด และความยาวของเนื้อหา- เวลาที่ใช้ในการพิมพ์เอกสาร เวลาที่ต้องการให้เอกสารเสร็จ- ปริมาณเอกสารมีมากน้อยเพียงใด และเอกสารที่ต้องใช้ทำสำเนามีมากหรือไม่- ระดับคุณภาพและความสวยงามของเอกสารที่พิมพ์- ปริมาณเอกสารที่ผิดพลาด และจะต้องถูกแก้ไข- ปริมาณงานที่สามารถใช้คอมพิวเตอร์เข้าช่วยได้มากแค่ไหน- จำนวนพนักงานที่ผลิตเอกสารและค่าใช้จ่ายด้านแรงงาน- จำนวนความสึกหรอของอุปกรณ์ที่ใช้เกี่ยวกับเอกสาร
2. การวิเคราะห์ระบบสำนักงานทั้งระบบ พิจารณาสิ่งต่อไปนี้- พิจารณาโครงสร้างของระบบสำนักงาน ว่าที่ใช้อยู่นั้นดีหรือยัง- พิจารณาผังของสำนักงาน ว่ามีการเคลื่อนไหวของข้อมูลอย่างไร- พิจารณาหน้าที่ของอุปกรณ์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน- พิจารณาของแบบฟอร์มที่ใช้วิเคราะห์- พิจารณาหน้าที่ของงานแต่ละอย่าง เพื่อทราบการทำงานรายละเอียดของงานทั้งหมด


วันอังคารที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2551



อุปกรณ์ที่ใช้ในสำนักงานอัตโนมัติ


คอมพิวเตอร์

เป็นอุปกรณ์สำคัญของการทำงานในสำนักงานอัตโนมัติอย่างหนึ่ง
ซึ่งคอมพิวเตอร์นี้ จะอำนวยความสะดวกในการทำงานในสำนักงานต่าง ๆ เช่น งาน
ด้านเอกสาร การเก็บรวบรวมข้อมูล ข่าวสารต่าง ๆ การติดต่อสื่อสาร และอื่น ๆ
ผ่าน Software ที่ใช้งานร่วมกันกับเครื่องคอมพิวเตอร์


ตัวอย่าง การใช้อุปกรณ์สำนักงานร่วมกัน
ของเครื่องคอมพิวเตอร์ในระบบสำนักงานอัตโนมัติ
สามารถทำได้โดยเครื่องคอมพิวเตอร์ในแต่ละเครื่อง
ที่ติดต่อกันผ่านระบบ Lan สามารถใช้อุปกรณ์ร่วม
กันได้ ดังตัวอย่างการไหลเวียนของเส้นสีน้ำเงินเป็น
การส่งสัญญานจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ด้านบน
ผ่าน LanCard Switching เข้าไปสั่งให้อุปกรณ์
สำนักงาน คือ เครื่องพิมพ์ สแกนเนอร์ ทำงานโดย
ผ่านทางเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ด้านล่าง ซึ่งได้ติดตั้ง
อุปกรณ์สำนักงานดังกล่าวไว้แล้ว

Software

เป็นสิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งในการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์
ปัจจุบันมี Software ใหม่ ๆ ที่จะคอยช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานของ
ระบบสำนักงานอัตโนมัติ เช่น ระบบปฏิบัติการ Windows Linux NT เป็นต้น
ซึ่งจะมี Software ที่สามารถทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ ของแต่ละชนิดได้
เช่น ระบบปฏิบัติการ Windows จะมีชุด Microsoft Office ที่จะคอยอำนวย
ความสะดวกในการทำงานด้านต่าง ๆ ของสำนักงาน เป็นต้น

LanCard

เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารกัน ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์
ซึ่งเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะต้องมี LanCard เพื่อให้สามารถติดต่อกันได้
โดยจะใช้ร่วมกันกับอุปกรณ์อื่น ๆ เช่น สายเคเบิล Hub/Switching เป็นต้น

Switching/Hub

เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเชื่อต่อกันระหว่าง สายเคเบิลที่พ่วงต่อกับ
LanCard ของเครื่องคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ เพื่อรวมกันเป็นชุดเพื่อให้สะดวกและง่ายต่อการ
ใช้งาน ขนาดของ Switching/Hub มีหลากหลายขนาดด้วยกันแล้วแต่ว่าจะมีเครื่อง
คอมพิวเตอร์ที่ใช้งานในระบบมากน้อยเพียงได และต้องการใช้ความเร็วในการประมวลผล
ของระบบเท่าไร ก็สามารถกำหนดตามความต้องการได้


Modem

เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการแปลงสัญญานโทรศัพท์ ให้สามารถใช้งานร่วมกับเครื่อง
คอมพิวเตอร์ได้ Modem นี้จะนำมาใช้งานกับเครื่องแม่ข่าย หรือ Server ก็ต่อเมื่อระบบ
ต้องการใช้ Internet ในการติดต่อสื่อสาร และหาข้อมูลก็จะนำมาใช้งานร่วมกับ Switching

LanCard

สายเคเบิล ซึ่งจะทำให้เครื่องลูกข่ายสามารถใช้งาน Internet ได้เช่นเดียวกับเครื่อง
แม่ข่าย หรือ Server
สายเคเบิลเป็นสื่อส่งข้อมูลที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน ลักษณะทั่วไปเป็นสายทองแดง อาจมีหรือ
ไม่มีฉนวนหุ้ม ขึ้นอยู่กับชนิดของสายเคเบิล สายเคเบิลที่นิยมใช้กันมีอยู่ 3 ประเภท คือ



สายโคแอกเชียล (Coaxial)



สายคู่ตีเกลียวไม่มีหุ้มฉนวน (Unshielded twisted pair - UTP)




สายคู่ตีเกลียวหุ้มฉนวน (Shielded twisted pair - STP)




ระบบการทำงานในสำนักงานต่าง ๆ ที่ประกอบไปด้วยเครื่องมือที่ใช้ในสำนักงาน
นั้นมักจะมีข้อจำกัดในการทำงานแทบทั้งสิ้น ในระบบสำนักงานอัตโนมัตินี้ก็เช่นกัน ก็มีข้อดี
และ ข้อจำกัดการทำงานเช่นกัน ซึ่งสามารถจำแนกได้ดังนี้
ข้อดี
1. สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบมากยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับการทำงานแบบ
เดิมที่ยังไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ใช้
2. ผู้จัดการสามารถตรวจสอบการทำงานของแผนกต่าง ๆ ได้โดยตรง
3. ทุกแผนกสามารถติดต่อกัน และแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้สะดวก
4. สามารถใช้อุปกรณ์สำนักงานร่วมกันได้ เช่น เครื่องพิมพ์ เป็นต้น
5. เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย
ข้อจำกัดการทำงาน
1. ต้องใช้งบประมาณมากในตอนแรก แต่จะประหยัดในอนาคต
2. ต้องใช้บุคลากรที่สามารถใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือต้องมีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์
3. ไม่สามารถใช้ระบบสำนักงานอัตโนมัตินี้ได้ ถ้าอยู่ในที่ชนบทไม่มีไฟฟ้าใช้
ในระบบสำนักงานอัตโนมัติ ต้องเริ่มต้นจากการวางระบบการทำงานต่าง ๆ ของสำนักงาน
แล้วทำการประมวลผล ออกแบบระบบของสำนักงานด้วยการให้นักวิเคราะห์ออกแบบระบบของ
บริษัทเพื่อให้ง่าย และ สะดวกต่อการทำงานในอนาคต เมื่อทำการวิเคราะห์ระบบเรียบร้อยแล้ว
ก็จะทำการวางระบบด้านต่าง ๆ ทั้งทางด้าน Hardware Shoftware และทำการอบรม
บุคลากรในบริษัทเพื่อ ให้สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์สำนักงานใหม่ได้